กลิ่นหอมจากน้ำมันหอมระเหย (aromatherapy) นั้นสามารถส่งผลต่อร่างกายและจิตใจของมนุษย์ได้ โดยกลิ่นแต่ละกลิ่นจะมีสรรพคุณที่แตกต่างกันไป เช่น กลิ่นลาเวนเดอร์ช่วยให้ผ่อนคลาย กลิ่นส้มช่วยให้สดชื่น กลิ่นกุหลาบช่วยให้รู้สึกสงบ เป็นต้น
สำหรับผู้สูงอายุนั้น กลิ่นหอมจากน้ำมันหอมระเหยสามารถช่วยส่งเสริมสุขภาพกายและใจได้ ดังนี้
ด้านสุขภาพกาย
• ช่วยให้ผ่อนคลาย ลดความเครียด ความวิตกกังวล ซึ่งอาจส่งผลดีต่อสุขภาพร่างกาย เช่น ลดความดันโลหิต อัตราการเต้นของหัวใจ และระดับน้ำตาลในเลือด
• ช่วยให้นอนหลับได้ดีขึ้น ซึ่งอาจช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคต่างๆ เช่น โรคหัวใจ โรคเบาหวาน และโรคอัลไซเมอร์
• บรรเทาอาการปวด เช่น ปวดกล้ามเนื้อ ปวดข้อ
• ช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน
ด้านสุขภาพใจ
• ช่วยให้รู้สึกสงบ ผ่อนคลาย ลดความกังวล และความเครียด
• ช่วยให้รู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่า
• ช่วยให้รู้สึกมีความสุขและอารมณ์ดี
• ช่วยให้มีสมาธิจดจ่อมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม การใช้กลิ่นหอมจากน้ำมันหอมระเหยสำหรับผู้สูงอายุ ควรระมัดระวังในการใช้ เนื่องจากผู้สูงอายุอาจมีความไวต่อกลิ่นมากกว่าคนทั่วไป ดังนั้น ควรเริ่มใช้กลิ่นหอมจากน้ำมันหอมระเหยในปริมาณน้อยก่อน และค่อยเพิ่มปริมาณขึ้นตามความเหมาะสม นอกจากนี้ ควรเลือกกลิ่นหอมที่ผู้สูงอายุชื่นชอบและรู้สึกผ่อนคลาย
กลิ่นหอมจากน้ำมันหอมระเหยที่เหมาะกับผู้สูงอายุ ได้แก่
• ลาเวนเดอร์
• ส้ม
• กุหลาบ
• คาโมมายล์
• ยูคาลิปตัส
• เกรปฟรุต
• เปปเปอร์มินต์
วิธีใช้กลิ่นหอมจากน้ำมันหอมระเหยสำหรับผู้สูงอายุ มีดังนี้
1. สูดดมโดยตรงจากขวด โดยถือขวดน้ำมันหอมระเหยไว้ในมือห่างจากจมูกประมาณ 2-3 นิ้ว
2. หยดน้ำมันหอมระเหยลงในเครื่องพ่นไอระเหย
3. หยดน้ำมันหอมระเหยลงในอ่างอาบน้ำ
4. ทาและนวดน้ำมันหอมระเหยลงบนผิวหนัง
หากผู้สูงอายุมีปัญหาสุขภาพ เช่น โรคหัวใจ โรคปอด หรือโรคหอบหืด ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้กลิ่นหอมจากน้ำมันหอมระเหย